Fun Fun Fun จักจั่น-อคัมย์สิริ สุวรรณศุข

จักจั่น-อคัมย์สิริ สุวรรณศุขคุณอาจจะรู้จักเธอเป็นอย่างดีจากข่าวคาวความรักกับพระเอกไม้เลื้อย ชาคริต แย้มนาม แต่ข่าวนั้นก็มิได้สั่นคลอนการทำงานของเธอเลยแม้แต่น้อย เธอยังคงเทใจให้กับงานแสดงที่เธอบอกกับ first ว่า “เป็นงานที่น่าสนใจค่ะ และเวลาได้ทำแล้วก็มีความสุข” ปัจจุบัน เธอมีอายุ 26 ปีบริบูรณ์ กำลังสนุกอยู่กับการแสดงละครเรื่อง สู่แสงตะวัน ทางช่อง 7 และซิทคอมเรื่อง ผู้กองเจ้าเสน่ห์ ทางช่อง 3 รวมไปถึงการรับบทเป็น เจ้าหญิงรัตนาวดี ในภาพยนตร์เรื่อง สมเด็จพระนเรศวร ภาค 3 ของ ‘ท่านมุ้ย-หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล’ แม้ว่างานจะเยอะ แต่ความรักของเธอก็มิได้เหี่ยวเฉาลงเลยสักนิด หลังจากเธอกลับมาโสดสนิทอีกครั้ง ‘เขตต์ ฐานทัพ’ ก็มีข่าวว่าเข้ามาแจกขนมจีบเธอ ด้วยการส่งดอกไม้ช่อโตมาให้ในวันวาเลนไทน์ แต่ท้ายที่สุด เธอก็ได้ปฏิเสธออกมาว่า ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเขาเป็นได้เพียงแค่เพื่อน “ไม่มีอะไรหรอกค่ะ จั่นว่าที่พี่เขตต์ส่งให้ เขาคงสงสาร เห็นว่าเราไม่มีแฟน เพราะวันงานที่ไปเดินแบบชุดแต่งงานด้วยกัน จั่นเปรยไปว่าอยู่กองถ่าย จั่นไม่มีแฟน ใครจะส่งดอกไม้มาให้ล่ะ แต่จั่นไม่คิดว่าเขามาจีบหรอก เขาส่งมาให้จั่นแบบขำๆ แต่ก็ดีใจ ถามว่าจีบไหม ไม่รู้ ต้องถามพี่เขา เขาส่งดอกไม้มา เราก็ส่งข้อความไปขอบคุณ ก็ปกติ ไม่มีอะไร ไม่มีโทรคุย เท่าที่เคยร่วมงานกันไปถ่ายแฟชั่นที่มัลดีฟหลายวัน พี่เขตต์เป็นพี่ร่วมงานที่ดี” เมื่อถามว่า แล้วใครล่ะ? จะเป็นรักครั้งต่อไปของเธอ เธอบอกกับเราว่า… “จั่นไม่รีบค่ะ คือรู้สึกว่าถ้ามีแล้วไม่ดีก็ไม่มีดีกว่า แล้วตอนนี้มุมมองความรักของเรากว้างขึ้น เรามองได้มากขึ้น ไม่ได้มองในแบบเมื่อก่อน ที่เหมือนเป็นความรักแบบเด็กๆ ในตอนนี้เวลาถ้าจะมีความรักครั้งใหม่ก็คงไม่มองแค่เรื่องความรักเท่านั้น ก็ยังมองไปถึงเรื่องอื่นๆ ควบคู่ไปด้วย จั่นรู้สึกว่าหลังจากเหตุการณ์ที่ผ่านมา รักครั้งนั้นมันสอนให้เราโตขึ้น มองอะไรกว้างขึ้น อย่างบางทีเราจะมองแค่มุมเรา ตอนนี้เราก็จะถอยออกมาสัก 3 ก้าว มองในมุมของคนอื่นด้วยว่าเป็นยังไง คำพูดที่เขาบอกว่า เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ ก็เป็นอะไรที่ถูกต้องที่สุด ก็เลยยังไม่รีบร้อน เพิ่งจะยี่สิบหกเองด้วย” จักจั่น-อคัมย์สิริ สุวรรณศุข ดูเหมือนว่าหลังจากที่ ‘มรสุมร้าย’ ที่เคยทำให้เธอต้องหนีไปสงบใจซาลง เธอเติบโตขึ้น และเท่าทันความรักมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด “มันนานมากนะกว่าจะผ่านมาได้ จั่นเลยรู้สึกว่าตอนนี้ จั่นมีความสุข แล้วจั่นก็ไม่อยากกลับไปเศร้าแบบนั้นอีก จำความรู้สึกตอนนั้นได้ว่ามันหนักมาก แล้วรู้สึกว่าถ้าจะหายนี่มันยากเหลือเกิน ตอนนั้นก็คือได้เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ แฟนคลับ คนที่บ้าน คุณแม่ ให้กำลังใจ เหมือนกับบางทีเวลาเราเศร้า เราก็ลืมมองไปถึงคนต่างๆ ที่เขาอยู่รอบตัวเรา เราก็มัวแต่คิดว่าทำไมเขาไม่รักเราเลย จนบางทีเราลืมมองไปว่าที่เราเป็นแบบนี้ แม่เราก็ทุกข์มาก พอเราลองย้อนกลับไปมอง เออมีคนที่เขารักเรา เป็นห่วงเรา เราเลยพยายามคิดว่า ก่อนหน้านี้เราไม่มีเขายังอยู่ได้เลย แล้วทำไมตอนนี้เราจะอยู่ไม่ได้ ตั้งแต่เด็กจนโตมาจั่นก็ไม่มีเขา จั่นก็อยู่มาได้แบบมีความสุข แล้วทำไมหลังจากนี้เราจะอยู่ไม่ได้ จั่นไปทำบุญก็ได้เจอกับคนที่เขาด้อยโอกาสกว่าเรา เขายังมีกำลังใจ มีแรงจะสู้ต่อ แล้วนับประสาอะไรกับเรา เราก็แค่แบบถ้าเทียบกับเขา มันก็แค่นี้เอง มันก็แค่เรื่องความรัก แต่สำหรับตอนนั้นมันใหญ่มาก เพราะแบบ โห เขารู้กันทั้งประเทศ แล้วมันเป็นเรื่องซีเรียสสำหรับเรา ถ้าถามจั่นว่ามันเป็นปัญหาใหญ่ที่สุดตั้งแต่เกิดมาในชีวิตไหม จั่นก็ตอบได้ว่าใช่ จั่นก็ไม่รู้ว่าต่อไปในอนาคตจั่นจะเจอเรื่องใหญ่กว่านี้อีกรึเปล่า แต่ว่าสำหรับจั่นตอนนั้น จั่นอายุ 24 จั่นไม่เคยเจอเรื่องร้ายแรงอะไรขนาดนั้น ซึ่ง แบบว่าคนก็รู้ ไปไหนคนก็จับตามอง แต่แม่ก็บอกว่ามันเป็นการตัดสินใจของเราเอง ไม่ได้มีใครมาบังคับ เราก็ต้องยอมรับผลที่มันจะตามมาให้ได้ ก็คือต้องใช้หลักของธรรมมะมามองว่า สิ่งไหนที่มันเกิดขึ้นแล้วสิ่งนั้นดีเสมอ โอเค อย่างน้อยก็ไม่ได้จบกันไป แล้วอยู่กันไม่ได้ ก็เลิกกันไป เลิกกันตอนนี้ยังมองหน้ากันได้ จริงๆ ก็แบบอาจจะดีที่ยังไม่ได้มีลูกแล้วเราไปกันไม่ได้ เราเกิดมา เราก็มาคนเดียว ไปเราก็ต้องไปคนเดียว ตอนนี้จั่นรู้สึกว่าจั่นตื่นมาทุกวัน จั่นรู้สึกมีความสุข ที่เราไม่ต้องเอาหัวใจของเราไปผูกติดกับใคร มันแฮปปี้ไง มันมีความสุขจักจั่น-อคัมย์สิริ สุวรรณศุข อย่างที่เขาว่ากันว่า ฟ้าหลังฝนสดใสเสมอ เช่นเดียวกับเธอในตอนนี้ที่ชีวิตมีแต่คำว่างาน งาน งาน งานที่เธอรู้สึกว่ามันคือสิ่งที่เธอทำแล้วสนุก และมีความสุข “จั่นรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนชอบแสดงออกมาตั้งแต่เด็ก แบบว่า ตอนเด็กๆ ที่อยู่โรงเรียนก็ชอบพูด ชอบแสดง เป็นดรัมเมเยอร์ เป็นพิธีกรในงานโรงเรียนมาตั้งแต่เด็ก คือเป็นคนพูดเก่ง ชอบพูด ก็เลยอยากเป็นพิธีกรอยากเป็นดีเจ แต่ไม่เคยคิดว่าอยากเล่นละครนะ แต่พอมาลองเล่นแล้ว เราสวมบทบาทเป็นตัวละครตัวหนึ่ง แล้วเดินไปไหนมาไหนคนเขาเชื่อ อย่างไปเดินตลาดพวกป้าๆ ก็เรียก ต้อยติ่ง คือละครเรื่องแรกที่เล่น เขาเชื่อในตัวละครที่เราเล่น เราก็ปลื้ม เราก็รู้สึกแฮปปี้ในการที่เราสวมบทบาทเป็นตัวละครตัวนั้น แล้วทำให้คนอื่นเชื่อ มันท้าทายกับตัวเรา ตอนนี้ก็เลยแสดงอย่างเดียวเลย ซึ่งก็ยังมีสังกัดอยู่ที่เอ็กแซ็กท์เช่นเดิมค่ะ แต่พี่บอย (ถกลเกียรติ วีรวรรณ) ก็ให้โอกาสเราไปหาประสบการณ์จากค่ายอื่นๆ ด้วย อย่าง ‘ผู้กองเจ้าเสน่ห์’ ที่เล่นคู่กับ ‘พี่มอส-ปฏิภาณ ปฐวีกานต์’ ก็ไปเล่นกับ บรอดคลาส ทางช่อง 3 ส่วนล่าสุดก็ได้ไปเล่นเรื่อง ‘สู่แสงตะวัน’ ที่เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับนักการเมืองหญิง เราก็ได้เล่นกับนางเอกยอดฝีมือ ‘พี่ดา-ชฎาพร รัตนากร’ กับค่ายดาราวีดีโอ ของช่อง 7 และอนาคตก็อย่างที่รู้กันว่า จะได้เห็นจั่นในหนังสมเด็จพระนเรศวร ภาค3 ด้วย ตอนนี้ก็งานเยอะหน่อยค่ะ” และเมื่อเธอพูดถึงการแสดงในละครเรื่อง ‘สู่แสงตะวัน’ เราก็อดซอกแซกไม่ได้ถึงข่าวที่ว่า เธอเกาเหลากับ ‘แพนเค้ก-เขมนิจ จามิกร’ นางแสดงในเรื่องเดียวกัน “อาจจะเป็นเพราะว่าคนมองว่า พอไปทำงานร่วมกันจะไม่ถูกกัน สมมติว่าเป็นชาย หญิง จั่นมองในมุมจั่นนะ เขาก็จับคู่ให้เป็นแฟนกัน แต่นี่ด้วยความที่เราเป็นผู้หญิงเหมือนกันไง เขาก็เลยจับให้ไม่ถูกกันหรือเปล่า แต่จริงๆ แล้วไม่มีอะไร จั่นกับน้องแพนค่อนข้างที่จะสนิทกัน ได้ไปถ่ายแฟชั่นที่เมืองจีนกันด้วย น้องแพนเขาไปกับคุณแม่ จั่นไปคนเดียว จั่นก็จะไปติดหนึบกับเขา พอมีข่าวออกมาก็ค่อนข้างงง ตกใจ เพราะว่าน้องเขาเป็นคนที่น่ารักมากนะ เขาไม่ได้เป็นคนที่มีนิสัยอย่างนั้น แล้วเราเองก็ไม่ได้เป็นคนที่แบบว่าหาเรื่องกับใคร จากที่เข้าวงการมาทุกคนก็รู้ว่าเราเป็นยังไง พอมีข่าวนี้จั่นก็ขำๆ มากกว่า ไม่ซีเรียส ถามมาก็ตอบไปเพราะว่ามันไม่มีอะไร ก็เหมือนปกติ เมื่อสองอาทิตย์ก่อนไปงานเจอกัน นักข่าวก็ถามทะเลาะกันเหรอ เราก็ยังควงแขนกันถ่ายรูป ก็ไม่มีอะไร จั่นก็ไม่รู้ว่าข่าวมาจากไหน เพราะจั่นก็ไม่ได้ไปสืบ อย่างข่าวจั่นกับพี่เขตต์มาจากไหนจั่นยังไม่รู้เลย มันมาได้ไงข่าวแฟน เพราะมันไม่มีอะไร แต่จั่นไม่ซีเรียสเวลามีข่าวอะไรมา ถามมาเราก็ตอบไป สมมติว่าเรื่องพี่เขตต์ บางคนบอกจั่นพูดบ่อย จั่นก็แบบถ้าถามจั่นร้อยรอบ จั่นก็ต้องพูดร้อยรอบ เพราะว่าจั่นก็อยากจะตอบในความจริงที่มันเป็น ถ้าอยู่ส่วนตัวดีๆ อยู่แล้ว เราก็คงไม่พูดขึ้นมาก่อนถ้าไม่มีคนถาม จั่นก็ถือว่า เออ ไม่เป็นไรถามได้ จั่นก็อยากชี้แจงให้เข้าใจ จั่นก็อยากให้รู้จากปากจั่น เพราะว่ามันไม่มีอะไรจริงๆ” จักจั่น-อคัมย์สิริ สุวรรณศุข อาจจะรักชอบในการแสดง สนุกกับการพูดจา แต่เธอก็ไม่ค่อยมีความสุขมากนักกับสิ่งเลวร้ายบางอย่างในวงการมายา ที่เธอบอกกับเราว่า มันกำลังจะพรากสิ่งดีๆ บางอย่างในตัวเธอไป “สำหรับจั่น จั่นขอให้คำนิยามสั้นๆ ว่า วงการบันเทิงเป็นมหา’ลัยแห่งการใช้ชีวิตของจั่น ถ้าจั่นไม่ได้เข้าวงการนี้ จั่นคิดว่าจั่นคงไม่ได้รับการเรียนรู้มหา’ลัยชีวิตที่ไหนที่จะดีเท่านี้ เพราะว่าการใช้ชีวิตอยู่ในวงการนี้มันเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมากนะ บางทีจะต้องมีข่าวทั้งๆ ที่เรายังไม่พร้อม จิตใจก็ยังไม่ค่อยแข็งแรงกับการที่ต้องตอบนักข่าว แต่เวลาเราเจอนักข่าว เราก็รู้อยู่แล้วว่าเราหนีไม่ได้ เราก็ยังต้องเล่นละคร ต้องรับผิดชอบ มันไม่เหมือนตอนที่เราเรียนถ้าไม่อยากไปก็ไม่ไป ก็หยุด อกหักไม่อยากเจอเพื่อนก็ไม่ไป แต่นี่มันไม่ได้ไง เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ มันมีข้อสอบยากๆ สำหรับเราอยู่ตลอดเวลา มันเป็นมหา’ลัยชีวิตของการเรียนรู้ของจั่น ซึ่งจั่นคิดว่ามันก็ไม่ได้จบสิ้นง่ายๆ แต่ละวันมันก็มีอะไรให้เรียนรู้ต่อไป แต่ถ้าถามว่า วงการนี้เอาอะไรจากจั่นไปบ้าง จั่นคิดว่าจั่นยังคงเป็นตัวจั่นทุกวันนี้แหละ จั่นไม่ได้คิดว่าวงการนี้ลิดรอนความเป็นส่วนตัวเราไปหรอก เพราะจั่นรู้ตั้งแต่แรกอยู่แล้วว่าเข้ามาทำงานตรงนี้ก็ต้องเป็นอย่างนี้ จั่นไม่ได้อึดอัดเรื่องที่แบบว่า…ฉันไมมีเวลาเป็นส่วนตัวเลย ไปไหนมีคนจับตามอง ไม่ได้อย่างนั้น จั่นไปไหนจั่นก็ไปของจั่นปกติ มันจะเป็นแค่ช่วงเวลาที่เราเศร้า เราก็แบบไม่อยากเจอใครเท่านั้นมากกว่า จั่นก็ไม่ได้ถือว่ามันมาพรากอะไรไปจากจั่น จั่นถือว่ามันให้จั่นมากกว่า แต่ถ้ามันจะเอาของจั่นไป มันก็คือการเอาความมองโลกในแง่ดีของจั่นไป ตั้งแต่เด็กจนโตมาเลยจั่นเป็นคนที่มองโลกในแง่ดีมาก ไม่ค่อยคิดร้ายกับใคร เลยคิดว่าคนอื่นคงไม่คิดร้ายกับเรา แต่พอเข้าวงการมาใหม่ๆ เราก็ได้เห็นบางอย่าง แบบเพื่อนนักแสดงนี่แหละ ต่อหน้าเขาคุยกับเราดี ลับหลังเขาแบบเป็นอีกอย่างหนึ่ง จั่นเลยคิดว่าต่อไปนี้เราต้องมองโลกสองด้าน เหมือนเหรียญที่มีสองด้าน ที่มีทั้งแง่ดีแง่ร้าย ของแบบนี้มันมีทุกวงการอยู่แล้วล่ะ จั่นก็ไม่ได้อยากจะบอกว่าเพราะว่าวงการนี้มันเอาไปจากจั่น เพราะเราอยู่ในวงการไหนเราต้องเจออยู่แล้ว เพราะว่าเราอยู่ในสังคม เพียงแต่จั่นรู้สึกว่า พอจั่นเข้ามาอยู่ในวงการนี้ จั่นได้เจอแบบทดสอบ หรือว่าจั่นได้เจอคนหลากหลายคน หลากหลายประเภทมากกว่าที่จั่นจะเจอถ้าจั่นทำอาชีพอื่น เดี๋ยวนี้จั่นจึงพยายามมองโลกสองด้าน ไม่มองโลกในแง่ดีจนเกินไป แต่ก็ยังเป็นอยู่นะก็ยังมองโลกในแง่ดีอยู่ จั่นแค่คิดถี่ถ้วนมากขึ้นจากประสบการณ์การเรา พื้นฐานเราเป็นคนไม่เคยคิดร้ายกับใครไง เลยคิดว่าเขาไม่น่าจะมาคิดร้ายกับเรา แต่ถ้าเขาจะมาคิดร้ายกับเรา เราก็จะคิดว่าแบบเราไปทำอะไรให้มันไม่ชอบหรือเปล่าวะพยายามหาเหตุผล จั่นก็มีความสุขนะ ถึงใครจะบอกว่าก็เพราะอย่างนี้แหละถึงโดนหลอกบ่อย” จักจั่น-อคัมย์สิริ สุวรรณศุข ก่อนจะจากลากันไป เรายังคงย้ำคำถามเดิมกับเธออีกครั้งว่า “รักครั้งต่อไป เมื่อไรล่ะ” “พอผ่านมาถึงตรงนี้จั่นรู้สึกว่า ถ้าเมื่อไรมี มันก็จะมาเอง คือ คนที่จะมาเป็นคู่เรา หรือคนที่จะมาเป็นแฟนเรา ถ้าเมื่อไรมันจะใช่ มันก็จะมาเอง เราไม่ต้องไปควานหา จริงๆ จั่นอยากได้คนที่เขารักเรา รักครอบครัวเราเหมือนที่เราจะรักครอบครัวเขาให้เกียรติกัน มันเป็นอะไรปกติธรรมดา มันเป็นพื้นฐานที่สุดของความเข้าใจกัน เพียงแต่ว่าก็ไม่รู้ไง คาดหวังไม่ได้ เราก็ต้องใช้เวลาดูไป ถ้าเกิดว่าใครเข้ามาจีบจั่นตอนนี้ จั่นอยากจะค่อยๆ เรียนรู้กันไป ถ้าเขาเข้าใจจั่นจริง รู้ว่าที่ผ่านมาจั่นเคยเจอเรื่องอะไรมา จั่นเคยผิดหวังมา จั่นก็อยากจะแบบค่อยๆ ใช้เวลา ไม่อยากรีบร้อน ถ้าเขารักจั่นจริง เข้าใจจั่นจริง เขาต้องรับข้อนี้ได้ ตอนนี้จั่นต้องรักตัวเองก่อน หมดยุคแล้วที่ผู้หญิงต้องทุ่มเทให้เขาไปก่อน คือไม่ใช่จั่นอคติกับความรักนะ มุมมองความรักตอนนี้ก็ดี มันก็ยังเป็นสิ่งที่สวยงาม เพียงแต่ว่า ความรักมันก็ต้องมาพร้อมกับความทุกข์ เพียงแต่ว่าเราพร้อมรึยัง โอเคมันจะต้องมีอีกด้านที่เป็นสีเทาเพราะมันก็ต้องมีทะเลาะกันเราพร้อมที่จะรับจุดนั้นได้รึยัง ถ้าเราพร้อมก็โอเค แต่ว่าจั่นยังเฉยๆ ยังไม่รีบ จั่นยังสนุกกับการทำงานตรงนี้ จั่นยังทำงานทุกวัน ถ่ายแฟชั่นจั่นก็พบปะผู้คน จั่นรู้สึกว่าเรื่องเศร้าๆ ที่มันผ่านมา จั่นมัวแต่นั่งโทษตัวเอง ทำไมเราไม่ทำตัวให้สดใสร่าเริง อีกอย่างหนึ่งถามว่ามีคนเข้ามาคุยๆ แบบเพื่อนก็มี แบบไม่ได้เหงาหรือว่าอะไร ก็ยังอยากมีความรักอยู่ มันปกติทุกคนก็ต้องอยากมีความรัก เราก็ยังอยากมีครอบครัว อยากมีลูกน่ารักๆ เพียงแต่ว่าไม่รีบร้อนค่อยๆ ดูไป” ท้ายที่สุดเราถามถึงครอบครัวที่วาดฝันในอนาคตของเธอ เธอยิ้มและบอกกับเราว่า… “จั่นไม่อยากวางอะไรมาก ด้วยความที่พ่อจั่นเสียตั้งแต่เด็ก คุณพ่อเสียตั้งแต่สองขวบครึ่ง คุณแม่เลี้ยงลูกมาคนเดียว จั่นมีพี่ชายอีกคนหนึ่ง คุณแม่ก็เลี้ยงมาสองคนเลย แล้วก็ไม่ได้แต่งงานใหม่ ถ้าจั่นมีครอบครัวจั่นก็อยากมีครอบครัวเป็นครอบครัวเล็กๆที่ไม่ต้องใหญ่มาก คือ พ่อ แม่ ลูก แต่ว่ารักกันดี อาจจะมีลูกคนหนึ่งหรือว่าสองคน แต่ไม่ได้วางอะไรไว้สูงส่ง แค่แบบว่าเข้าใจกัน แค่อยากมีครอบครัวที่อบอุ่น ไม่ได้วาดภาพว่ามันต้องไปถึงไหนๆ เพราะจั่นรู้สึกว่าอะไรที่มันยังมาไม่ถึง จั่นยังไม่อยากคิด เพราะจั่นเคยคิด เคยวาดฝันไว้แล้วมันไม่ได้เป็นไปตามนั้น เพราะชีวิตจริงๆ จั่นมันก็ไม่ได้แบบว่าเหมือนละครที่ตอนจบต้องแต่งงาน จริงๆ แล้วการแต่งงานมันคือการเริ่มนับหนึ่งใหม่ มันคือการเริ่มละครอีกหลายๆ เรื่องๆ ๆ ๆ ๆ จากประสบการณ์ที่ผ่านมามันทำให้เราคิดอะไรถี่ถ้วนมากขึ้น จริงๆ ถ้าถามจั่นว่า ทำไมถึงไม่วาดฝัน ทำไมถึงไม่วางอนาคตไว้ จั่นคิดว่าเราทำวันนี้ของเราให้ดีที่สุดก่อนดีกว่า อะไรที่มันแบบข้างหน้ามาก จั่นยังไม่อยากไปคิดเรื่องต่างๆ ความแน่นอนคือความไม่แน่นอนอยู่แล้ว” ยังไง first ก็ขออวยพรให้เธอประสบความสำเร็จในทุกๆ เรื่อง โดยเฉพาะเรื่องของความรัก เราเชื่อว่าประสบการณ์ที่ผ่านมา มันได้ทำให้เธอเติบโตมากขึ้น แล้วในวันนี้คงถึงเวลาที่เธอจะมีรักครั้งใหม่สักที รักที่มีมุมมองแบบผู้ใหญ่ รักที่เธอได้วาดหวังไว้…สู้ต่อไปนะ…สาวน้อยตาโต

รักทะลุจอ !! น้ำฝน – อาร์ต

Cover Story
กลายเป็นคู่อินเลิฟทะลุจอ ไปแล้วค่ะ สำหรับพระเอก “อาร์ต” พศุตม์ บานแย้ม และ “น้ำฝน” พัชรินทร์ จัดกระบวนพล หลังจากร่วมงานละครบู๊ “๗ ประจัญบาน” บู๊กันไปบู๊กันมา กลายเป็นข่าวลือเล่าว่า ทั้งสองแอบกิ๊กกันนอกจอเรียบร้อย เอ้า ! งานนี้เป็นจริงดังข่าวไหม อยากรู้ต้องรีบอ่าน ด้านเรื่องงานทั้งสองก็ออกปากเลยว่า ละคร “๗ ประจัญบาน” ที่ร่วมงานกันนั้น ก็สนุกสนานเฮฮาสุดๆ แม้การถ่ายทำจะไม่ง่าย แต่ก็มีความสุข เพราะทุกคนร่วมมือกัน



คาแรกเตอร์
น้ำฝน : เรื่องนื้ฝนรับบทเป็น ขมิ้น ค่ะ เป็นผู้หญิงที่อยู่ในสมัยสงครามก็เลยต้องปลอมตัวเป็นผู้ชายเพื่อปกป้องตัวเองไม่ให้เกิดอันตรายแล้วก็ไปอยู่กับพวก “๗ ประจัญบาน” เพราะว่าต้องการแก้แค้นให้กับพ่อ พ่อตายเพราะพวกญี่ปุ่นฆ่า ไปร่วมขับไล่ญี่ปุ่นที่เข้ามาในประเทศไทยค่ะ

อาร์ต : ในเรื่องผมเป็น อัคคี เมฆยันต์ ครับ เป็นหนึ่งใน ๗ ประจัญบาน ครับ แต่มีคาแรกเตอร์แปลกกว่าคือขี้โกง เจ้าเล่ห์ มีเหลี่ยมมีมุมที่ต้องทำเพื่อผลประโยชน์ จริงๆ ในเรื่องเป็นเจ้าของบ่อนครับ ใครให้ผลประโยชน์เราก็ไปกับเขา กับฝนเรามาเจอกันฉากแรกก็ตอนที่ต่อยมวย ซึ่งตอนนั้นขมิ้นเขาเข้าใจว่าพ่อโดนฆ่า ก็เลยขอมาอยู่กับ ๗ ประจัญบาน แล้วเราเป็นคนมารู้ตอนหลังว่าเขาเป็นผู้หญิง ก็เลยจีบ ซึ่งในเรื่องเราเหมือนเพลย์บอย ดูเจ้าชู้ แต่กับขมิ้นเราชอบเขาจริงๆ
ความสามารถ
อาร์ต : อัคคี นี่ไม่มีอะไรเลยครับ มีแต่ความคิด มีสมอง คือสามารถจับตรงนั้นมาชนตรงนี้ จับตรงนี้มาชนตรงนั้น เน้นไปทางวางแผนมากกว่า แต่ว่าเป็นวางแผนแนว…นะ (หัวเราะ) ส่วนเรื่องบู๊เนี่ยบู๊ตลอดครับ ซึ่งส่วนมากที่ต้องบู๊มาจากติดร่างแหกับเขาทั้งนั้น ยากไหม ผมโดนละครมาส่วนมากก็บู๊นะ “แม่หัวลำโพง” ก็บู๊ “เหนือเมฆ” ก็บู๊ คือชินกับการเล่นบู๊แล้วล่ะ เรื่องนี้ อาเป้า ปรปักษ์ ก็ใจดี สามารถสอนเราได้

น้ำฝน : เรื่องนี้ก็จะบู๊ค่ะ แต่ไม่เยอะเท่าไหร่ มีฉากเปิดตัวที่ต้องบู๊เยอะที่สุด เพื่อให้รู้ว่าผู้หญิงคนนี้เก่ง โดยเฉพาะเรื่องปามีด จะมีมีดอยู่อันนึง เหมือนเป็นของต้นตระกูล ฟันทุกอย่างขาดหมด นี่คือสิ่งที่ญี่ปุ่นต้องการ เพื่อนำไปทำอาวุธของเขา ในฉากฝนต้องบู๊กับผู้ชาย 3 คนค่ะ เป็นลมเลย เพราะมันเหนื่อยมาก ถ่ายตอนเที่ยงที่สระบุรี แล้วผู้ชายตัวเบ้อเร่อ 3 คน เป็นครั้งแรกนะที่เป็นลมเลย คือกินข้าวไป 8 โมงเช้า พอ 11 โมงมันหายไปหมด ทุกคนเอาน้ำแดงเอาผ้าเย็น คอยพัด เราไม่ใช่คนป่วยง่าย แต่วันนั้นไม่ไหวจริงๆ มันหนัก

 

กองทัพเดินด้วยท้อง
อาร์ต : ปกติผมจะเป็นตั้งแต่เข้าวงการแล้วครับ ทำอะไรไปทานกันที่กองฯ อย่างกองนี้พี่อ๊อฟชอบปลาร้าสับ เราก็ดูแล้วว่าแม่เราทำไม่ลำบากมาก แล้วก็อยู่จนถึงเย็น ถ้าผมทำแกงจืดไปคงต้องหม้อใหญ่มาก แต่คราวนี้เอาปลาร้าสับไปเนี่ย หม้อเล็กๆ หม้อนึง กินได้ทั้งกองฯ เลย เป็นเมนูไปกองฯ นี้บ่อยหน่อย

น้ำฝน : ได้ทานค่ะ อร่อยแล้วไม่ใช่แค่ในกองฯ คือพี่อาร์ตจะตักใส่ถุงให้ไปฝากคุณยายด้วย คือทานในกองฯ แล้วยังเอากลับบ้านได้อีก คุณแม่พี่เขาทำอร่อย ส่วนบ้านฝนเนี่ยเน้นขนมค่ะ แล้วก็น้ำพันซ์ ซึ่งคนชอบมาก จะว่าไปน้ำหนักขึ้นนะคะ เพราะทานครบ 3 มื้อ กินตลอด คนโน้นขนไอ้โน่นไอ้นี่มาเรื่อยๆ (หัวเราะ)
ร่วมงานกันในจอ
น้ำฝน : ก็สนุกสนานค่ะ จริงๆ ในเรื่องจะดูเหมือนแรกๆ ไม่ถูกกันเลย เพราะเรารู้ว่าเขาเป็นผู้ชายที่เห็นแก่ตัว ขี่โอ่ เจอกันครั้งแรกก็ทะเลาะกันแล้ว แต่ก็มีมุมดีนะ พอเขาเริ่มเข้ามาจีบมันก็ อืมม์…เริ่มมองเขาในมุมดีขึ้น แต่เราก็ไม่ได้เปิดเผยว่าเป็นผู้หญิงนะ จนสุดท้ายเขาเป็นคนแรกใน “๗ ประจัญบาน” เลยมารู้ว่าเราเป็นผู้หญิงแล้วก็เริ่มกลายเป็นความรักขึ้นมา

อาร์ต : กวนประสาทมากครับ (หัวเราะ) ในเรื่องเนี่ย มาถึงก็หาเรื่องโวยวาย อยู่หน้าเรา แล้วประมาณว่า ว่าผมคิดว่าตัวเองหล่อนักหรือไงวะ คือเราก็ตอบว่าเออสิวะ (หัวเราะ) คือเรื่องเจ้าชู้ของผมไม่ยากนะ เพราะคิดว่าผู้ชายทุกคนมันมีอยู่แล้วล่ะ ก็เอาตรงนั้นมาปรับใช้กันไป แล้วก็มีพลิกตอนที่เราต้องอึ้ง คือคิดว่าเราชอบเขา แต่ตอนนั้นเขาไม่ใช่ผู้หญิง แล้วพอมารู้ตอนหลังว่า เขาคือน้องขมิ้น ไม่ใช่ไอ้ขมิ้น มารู้ว่าเขามาเพื่อช่วยพ่อ มันยิ่งทำให้เรารู้สึกดีเข้าไปอีก เหมือนเอ็นดูมาตั้งแต่สมัยที่เขาแต่งเป็นผู้ชายแล้ว คือผู้ชายตัวเล็กๆ น่าสงสารมันนะ
ตัวจริงนอกจอ
น้ำฝน : จริงๆ ดูเป็นแบดบอยนะ แต่ก็เป็นแบดบอยในส่วนที่ยังรับได้ค่ะ (หัวเราะ) คือสิ่งที่ดีเขาก็มี รักครอบครัว รักพ่อรักแม่ ดูแลครอบครัว ซึ่งเหมือนกับฝน แล้วก็คุยกันรู้เรื่อง อย่างเรื่องน้องหมาเนี่ย เรารักหมาเหมือนกัน รักแมวเหมือนกัน คุยกันเข้าใจเลยคุยกันได้เยอะหน่อย

อาร์ต : เขาเป็นผู้หญิงหวานนะ แต่ก็มีความกวนอยู่ในตัว คือไม่ได้เหมือนผู้หญิงหวานที่คนทั่วไปเห็นนะ อาจจะเพราะเราสนิทกัน ก็เลยได้เห็นว่าเขามีหลายมุม ไม่ได้หวานหรอก แต่ก็ไม่มีอะไร ตามประสาของผู้หญิง คือมีลูกเล่น เป็นนักแสดงใช้ได้ (เหลือบมองสาวฝน) คือเขาก็มีหลายบุคลิกในตัว จริงๆ อะห้าวมาก ผมยืนอยู่ดีๆ มาเตะตูดผม (หัวเราะ) ครั้งแรกที่โดน ก็แค่ไปแกล้งโน่นนี่นั่น เขาเตะเลย เจอกันเรื่องแรก “พฤกษาสวาท” แล้วมองแรกๆ ก็เรียบร้อยดีนะ แต่ตอนโดนเตะไม่ใช่ละ
เอาสักป้าบ…กวนนัก
น้ำฝน : ก็เราเริ่มสนิทมากขึ้นไงคะ ก็เตะได้เล่นหัวได้ ไม่กลัวโกรธเนอะ ใช่ปะ (หันไปถามอาร์ต ส่วนอาร์ตได้แต่ยิ้ม) (ฝนในเรื่องปามีดเก่ง ถ้าได้พี่อาร์ตเป็นเป้าจะปาตรงไหน) โห ! เลือกไม่ถูกเลยค่ะ (ทำตาวาวมาก) เพราะมันน่าปาไปหมด เอาปากแล้วกันค่ะ เอาริมฝีปากล่าง เพราะห้อยมาก ถือว่าเป้าใหญ่สุด (หัวเราะ)

 

จีบกันจริงปะ ?
อาร์ต : (หันไปมองหน้าฝน) ขออีกแป๊บนึงครับ เขาก็เพิ่งจะเรียนจบ อยากให้ต่างคนต่างทำงานอีกสักพักนึงครับ คือจีบก็ยอมรับกันไปเลย จะได้ไม่เจอมาแอบกอสสิปโน่นนี่นั่น เราเปิดเผยไปเลยดีกว่า ด้วยความที่วันนี้เราสนิทกันด้วยล่ะ ส่วนความสัมพันธ์จะเปลี่ยนไหมไม่รู้จริงๆ นะ ถ้าเป็นแฟนกันยังไงดีล่ะ

น้ำฝน : ตอนนี้เรายังคุยกันเหมือนปกติค่ะ เรายังไม่โตมากพอทั้งคู่ค่ะ คือเรายังต้องทำงาน อีกอย่างเรายังสบายใจที่เราสนิทกันเป็นพี่เป็นน้องกัน จนยังไม่มาตกลงกันว่าเราจะยังไงต่อไปค่ะ

 

The Slot Father

1scasino The Slot Father
Betsoft ได้รวบรวมมาเฟียมาอยูด้วยกันในเกมสล็อตเรียกว่า The Slot Father นี้เป็นเกมที่มี 5 วงล้อหมุน 30 เพย์ไลน์ในเครื่องเล่นสล็อตนั้นมีโอกาสที่จะได้รางวัล 1scasino โดยที่จะหมุนผ่านทางนรกของมาเฟียและมาติดต่อกับสล็อตฟาเทอร์ ของเขาเอง คุณจะเจอกับ Franki, Tommy และ Sammy ในขณะที่คุณหมุนให้ชนะการกระจาย, สัญลักษณ์, เกมฟรี และ multipliers
สัญลักษณ์เพิ่มเข้าด้วยกันกับธีมที่บอกเล่าเกี่ยวกว่าเรื่องราวนั้นรวมถึง 1scasino แผนที่, จานสปาเกตตี้, กระเป๋าใส่เงินเต็ม, หัวข้อหนังสือพิมพ์, ซิการ์, ไวน์, สล็อตฟาเทอร์มือที่ใส่แหวน , ตัวของสล็อตฟาเทอร์ และ รถยนต์ Underboss คือการกระจายสัญลักษณ์รางวัลที่จะได้รับถึง 200x ของการเดิมพันของคุณ เมื่อ 5 อย่างนี้ปรากฏขึ้นที่ใดก็ได้ในวงล้อ 1scasino นอกจากนี้คุณสามารถหลบซ่อนการชนะโบนัสเมื่อคุณได้ กระเป๋าเงินที่ใส่เงินเต็มอยู่บนด้านข้างของ แซมมี่ ใน 3 วงล้อหมุนแรก แต่อย่างไรก็ตามจำนวนเงินของแซมมี่ที่ดึงมาจากกระเป๋าให้คุณเก็บไว้ 1scasino Multiplier Mob Free Games เป็นอีกหนึ่งคุณลักษณะเมื่อคุณเรียกคู่ของ ทอมมี่ กับ แฟรงค์กี้ แฟรงกี้จะคว้าปืนของเขาและพร้อมที่จะยิงออกหน้าจอของคุณ เมื่อเขายิงเสร็จคุณจะเลือกรูกระสุนที่จะเปิดฟรีสปินของคุณ ได้ถึง 20 กับ multiplier ได้ถึง 20 เช่นกัน

Playtech Blackjack Switch

แทงหวยออนไลน์ Playtech Blackjack Switch
แบล๊คแจ๊คสวิทช์เป็นรูปแบบใหม่ของแบล๊คแจ๊ค แทงหวยออนไลน์ ปัจจุบันเปิดให้บริการเฉพาะทางออนไลน์เท่านั้นที่ Playtech Casinos นอกจากนี้คุณยังสามารถหาเกมการ์ดใหม่ๆ ที่น่าตื่นเต้นเร้าใจได้อีกในคาสิโนที่ตั้งอยู่บนพื้นที่ในเวกัส
กฎของ Playtech สำหรับแบล๊คแจ๊คสวิทช์นั้นจะค่อนข้างใกล้เคียงกับกฎของเฮ้าส์สำหรับเกมส่วนใหญ่จะใช้ที่บ่อนคาสิโนมีการเปลี่ยนแปลงที่โดดเด่นไม่กี่ที่ แทงหวยออนไลน์
ในรุ่นรูปแบบเกมของ Playtech นั้นจะใช้การด์ 6 เดคแต่ส่วนใหญ่ปกติใน Vegas casinosนั้นจะใช้ 8 เดค แทงหวยออนไลน์ เจ้ามือนั้นไม่ได้เลือกที่จะมองในเวอร์ชั่นของ Playtech ในขณะที่ในบ่อนคาสิโน เจ้ามือจะมองที่ เอซ หรือ 10 ที่ไพ่นั้นโชว์ แทงหวยออนไลน์ ผู้เล่นจะถูกจำกัดให้เพียงแค่ 1 สปริตที่ Playtech Casino

Gclub คาสิโนออนไลน์

gclub Gclub คาสิโนออนไลน์
Gclub.xxxเรายินดีต้อนรับลูกค้าทุกท่านที่ชื่นความตื่นเต้นเร้าใจในรูปแบบของเกมส์คาสิโนออนไลน์ gclub
โดยทางเราได้เน้นการเอาใจใส่ลูกค้าเป็นหลักทั้งในเรื่องระบบการเงินทั้งฝากและถอนรวดเร็วทันใจภายใน
GclubCallcenter คอยบริการท่านตลอด 24ชั่วโมง gclub พิเศษสุดสำหรับลูกค้าใหม่ทุกท่านที่สมัครเล่นคาสิโน Gclub กับเราวันนี้รับโบนัสเพิ่มฟรีอีก 10 เปอร์เซ็นต์ของยอดเงิน
Gclub Online
บริการคาสิโนออนไลน์เต็มรูปที่กำลังได้รับความนิยมสูงสุดในปัจจุบัน Gclub คือคาสิโนออนไลน์ ที่มีชื่อเสียงและได้รับความนิยมมากจากลูกค้าชาวไทย ด้วยระบบการบริการจัดการชั้นเยี่ยมประสบการณ์
ยาวนานมากกว่า 10ปี Gclub มีความมั่นคงทางการเงินสูง สะดวกปลอดภัย โอนเงินอย่าง รวดเร็ว Gclub เป็นบริการเกมส์คาสิโนออนไลน์ ที่ถ่ายทอดสดจากปอยเปตคาสิโน strong>gclub ประเทศกัมพูชา ซึ่งมีเกมส์ให้ท่านได้
เลือกเล่นมากมายหลายแบบไม่ว่าจะเป็น บาคาร่า รูเล็ต ไฮโลว์ กำถั่ว gclub